CDG แถลงครบรอบ 50 ปี ประกาศจุดยืนดัน e-Government ในไทยเต็มที่ พร้อมรับมือเศรษฐกิจดิจิทัล

กลุ่มบริษัท CDG ผู้เชี่ยวชาญด้านให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรแก่หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ จัดงานแถลงข่าวครบรอบ 50 ปี ประกาศนำจุดแข็งด้านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญหนุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจก้าวสู่ยุคดิจิทัล ชี้เทรนด์โลกเข้าสู่ประเทศแน่นอน กระตุ้นไทยต้องรุดหน้าด้วย Solution ที่เป็นเทคโนโลยีขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล จับเทคโนโลยีมาแรงลุยทำตลาด ปูทางสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีในทศวรรษที่ 6

คุณนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทซีดีจี และกลุ่มบริษัทจีเอเบิล

คุณนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทซีดีจี และกลุ่มบริษัทจีเอเบิล เปิดเผยว่า ตลอดระยะเสลาที่ดำเนินการธุรกิจ 50 ปีที่ผ่านมา CDG ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบ System Integrator ให้กับองค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและออกแบบระบบสารสนเทศสำหรับองค์กร เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน และการเพิ่มศักยภาพด้านงานบริการสำหรับประชาชน ทั้งนี้ CDG ได้ติดตามความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีต่างๆ และเลือกนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการที่ดีและเหมาะสมกับจุดประสงค์ของหน่วยงานต่างๆ

ปัจจุบัน สังคมโลกและประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยี (Technology Disruption) รวมถึงการเกิดเมกะเทรนด์ (Mega Trends) ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้คน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตของประชาชน โดย CDG มองเห็น 5 เมกะเทรนด์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกและโลกธุรกิจคุณนาถกล่าว

คุณนาถยังกล่าวถึง 5 เทรนด์โลกที่จะเปลี่ยนแปลงบริบทของผู้บริโภคอย่างสิ้นเชิง และส่งผลให้ภาคัฐและรัฐวิสาหกิจต้องเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ดังนี้

  1. The Future of Smart เทรนด์ของระบบสั่งการอัตโนมัติ รวมถึงปัญญประดิษฐ์มีบทบาทเพิ่มขึ้นและมีความสามารถมากว่าเดิม จนสามารถเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้ในระยะเวลาอันใกล้ โดยในหลายอุตสาหกรรมเริ่มมีการนำ AI เข้ามาใช้ในการทำงานมากขึ้น อาทิ วงการ Logistic การแพทย์ การบริการ การเงินการธนาคาร หรือ E-commerce ยกตัวอย่างการใช้งานเช่น การติดตามอาการของผู้ป่วยโดยใช้เครื่องมือตรวจจับทางชีวภาพ ที่สามารถวิเคราะห์ผลพร้อมคาดการณ์อาการอย่างแม่นยำในระยะเวลาอันรวดเร็ว
  2. Behavioral Revolution การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของปัจเจกบุคคล ในปัจจุบันมีการติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคทางออนไลน์ เพื่อนำมาปรับใช้ในการให้บริการได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในแบบ Real-Time อีกทั้งยังนำมากระตุ้นให้เกิดการปรับตัวทางสังคม เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในคนรุ่นใหม่
  3. Empowered Citizen ประชาชนมีบทบาทสำคัญ ต้องกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อการสร้างนวัตกรรมทางสังคมและประชาชนทันสมัย (Smart Citizen) ซึ่งเห็นได้จากตัวอย่างแถบประเทศยุโรป ที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอข้อกฎหมายหรือข้อบังคับต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ ทั้งยังมีข้อมูลเปิดเผยที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา
  4. Urban World เมืองเล็กๆ จะได้รับการพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองที่มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล เมืองในอนาคตจะถูกสร้างบนสาธารณูประโภคอัจฉริยะ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่เชื่อมกับด้วยเทคโนโลยี มีความสะดวก ปลอดภัยสูง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี หรือก็คือการปรับปรุงเมืองให้เป็น Smart City ในหลายประเทศนั่นเอง
  5. Resourceful Planet การใช้นวัตกรรมเพื่อพลังงานทดแทน ด้วยเทคโนโลยี IoT และ Machine Learning เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การติดตั้ง แผงโซลาเซลล์เพื่อเป็นแหล่งพลังงานทางเลือก และสามารถขายพลังงานที่เหลือจากการใช้คืนสู่ระบบได้

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือแม้แต่เอกชนจะต้องเผชิญ และต้องเร่งปรับเปลี่ยนให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญและมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ จึงได้เดินหน้านำนโยบาย Thailand 4.0 เพื่อขับเคลื่อนและสร้างศักยภาพของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในสังคมโลกคุณนาถอธิบาย

คุณนาถกล่าวต่อว่า “CDG มีกลุ่มลูกค้าที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งการนำเสนอเทคโนโลยีแก่ลูกค้า CDG มองถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนที่เป็นผู้รับบริการของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ตามนโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพองค์กรภาครัฐเพื่อยกระดับคุณภาพบริการสาธารณะ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen Centric) ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใหืประชาชนได้รับบริการและสวัสดิการที่ดี พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยแสดงทัศนะว่า องค์ประกอบสำคัญเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Key Components of a better society) มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ สะดวกสบาย (Convenience) รวดเร็ว (Speed) แม่นยำถูกต้อง (Accuracy) ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว (Security & Privacy) และโปร่งใส (Transparency)”

การก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 CDG ตั้งเป้าหมายในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศไทยด้วยการผลักดันประเทศผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคมที่ดีขึ้น โดยมีแผนยกระดับทิศทางธุรกิจดังนี้

  1. เพิ่มพูนองค์ความรู้และสมรรถนะของบุคลากรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล
  2. นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เป็น Solution ที่ใช้งานได้จริงอย่างสร้างสรรค์ เพื่อนำเสนอการทำโครงการใหม่ๆ แก่ลูกค้า
  3. นำเทคโนโลยีและ Solution ที่เหมาะสมมาใช้เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อ (Connect) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ
  4. ผลักดันให้เกิดความร่วมมือ (Partnership) ระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชน
  5. ดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม

“CDG มุ่งพัฒนาและปรับปรุงบริการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาประยุกต์ใช้ได้จริง รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีคุณภาพ นำเสนอเทคโนโลยีที่ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย และยกระดับประเทศให้ก้าวทัดเทียมนานาประเทศคุณนาถ กล่าวทิ้งท้าย

 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

NIA และสมาคม Health Tech กางตัวเลขความสำเร็จ Thailand Innovation Hub ดันเศรษฐกิจหมุนเวียนแตะ 5 หมื่นล้าน

NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน 50,000 ล้าน ผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้ในโครงการ 21 ล้านบาท และเป้ายอด...

Responsive image

SCG เผยวินัยทางการเงินปี 68 เข้มจัด! ปิดงบด้วยกระแสเงินสด 5.5 หมื่นล้าน มั่นใจปี 69 โตต่อแน่แม้ความท้าทายเพียบ!

ปี 2568 SCG บริหารกระแสเงินสดได้ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 2567 เสียอีก ทั้งที่เผชิญทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน เงินบาทแข็งค่าขึ้น วิก...

Responsive image

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ทั่วโลกจะทุ่มงบ AI แตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ดันโครงสร้างพื้นฐานโตสวนกระแส

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ เผยเทรนด์ใหม่องค์กรเน้นวัดผล ROI เลิกเห่อตามกระแส พร้อมดันตลาด Server และโครงสร้างพื้นฐานโตสวนทางเศรษฐกิจ...