Tops ปักธงสาขาสาธุประดิษฐ์ เปิดตัว Supermarket Stand Alone ตอกย้ำความเป็น Food Destination ที่ครบวงจร

ท็อปส์ (Tops) ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล สร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่รับศักราชใหม่ เปิดตัว “ท็อปส์ สาธุประดิษฐ์” ยกระดับโมเดลธุรกิจในรูปแบบสแตนอโลน 2 ชั้น ปลุกมู้ดการจับจ่ายของผู้บริโภคโซนพระราม 3 ให้คึกคัก ปั้นเป็นแหล่งเช็คอินแห่งใหม่ 

รวมความครบครันด้วยสินค้าอาหาร-วัตถุดิบคุณภาพ สินค้าใหม่และเอ็กซ์คลูซีฟจากทั่วโลกกว่า 16,500 รายการ พร้อมคัดร้านค้าชั้นนำ อาทิ สตาร์บัคส์, โออิชิ บิซโทโระ ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น, ลัคกี้สุกี้ บุฟเฟ่ต์สุกี้สำหรับครอบครัว,  อาฟเตอร์ยู, เพ็ทแอนด์มี ศูนย์รวมรวมสินค้าสำหรับคนรักสัตว์, Naillyme ร้านทำเล็บและบริการด้านความงาม ฯลฯ ตอบทุกโจทย์ความต้องการของการช้อปปิ้งที่สะดวกใกล้บ้าน เปิดให้บริการแล้ววันนี้

คุณสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของการเป็นเบอร์ 1 ธุรกิจฟู้ดของเมืองไทย ท็อปส์ ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนารูปแบบร้านใหม่ๆ รวมถึงส่งมอบบริการที่ดีที่สุด โดยยังคงเสาะหาทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดในแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจสามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ตลอดจนตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ ล่าสุดเปิดศักราชใหม่ต้อนรับปีกระต่าย ท็อปส์เดินหน้าขยายธุรกิจสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางถนนพระราม 3 เปิดตัว “ท็อปส์ สาธุประดิษฐ์” ครั้งแรกกับการนำเสนอซูเปอร์มาร์เก็ตสแตนด์อโลน ในรูปแบบอาคาร 2 ชั้น ตอกย้ำความเป็น Food Destination ที่ครบวงจรสำหรับทุกคน นำเสนอสินค้าคุณภาพสูงและบริการระดับพรีเมียมเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด  

 ความโดดเด่นของ ท็อปส์ สาธุประดิษฐ์ คือ การส่งมอบประสบการณ์การเดินซูเปอร์มาร์เก็ตที่แตกต่างจากที่เคย บนพื้นที่ 6,700 ตารางเมตร ให้ลูกค้าได้ค้นพบความหลากหลายและความแปลกใหม่ของสินค้าที่ครบครันมากที่สุดย่านพระราม 3  ช้อปสินค้าอย่างเพลิดเพลินทุกครั้งในรูปแบบ Room Concept ได้แก่ SNACKER,  LOOKS, BABY & ME, CUISINE MASTERS, ASIAN FLAVOURS, HEALTHIFUL, FROZEN&CO, PET&ME, THE BAKER 

ซึ่งทุกโซนคัดสรรสินค้าที่ดีที่สุดโดยเฉพาะสินค้าใหม่ ๆ อินเทรนด์จากทั่วทุกมุมโลก สินค้าอาหารสดผัก-ผลไม้จากแหล่งผลิตที่ดีที่สุด  วัตถุดิบเครื่องปรุงที่จะทำให้ทุกมื้ออาหารที่บ้านมีความพิเศษมากกว่าเดิม สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ดังมากมายมารวมไว้ในที่เดียว ตลอดจนร้านค้าประเภท Light Food Take Home สำหรับซื้อกลับบ้าน รองรับไลฟ์สไตล์นักช้อปทุกกลุ่ม ทุกเจเนอเรชัน โดยเฉพาะคนทำงานที่มองหาพื้นที่พักผ่อนหลังเวลางาน หรือต้องการแวะซื้อของอุปโภค-บริโภค พักรับประทานอาหารก่อนกลับบ้าน พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายด้วยพื้นที่จอดรถในร่มกว่า 90 คัน และส่งมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งไร้รอยต่อผ่านบริการผู้ช่วยช้อปส่วนตัว Personal Shopper และบริการ Quick Commerce                 

นอกจากความครบครันของสินค้าและร้านค้าชั้นนำ ท็อปส์ สาธุประดิษฐ์ยังออกแบบตัวอาคารภายใต้คอนเซปต์ Glass Hall in The City เพื่อสร้างความโดดเด่นที่แตกต่างจากอาคารอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง พร้อมสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวด้านหน้าร้านให้ลูกค้าได้รับความรู้สึกสบาย ผ่อนคลายและอบอุ่นทุกครั้งที่มาใช้บริการ

 ซึ่งย่านสาธุประดิษฐ์ถือเป็นพื้นที่ชุมชนศักยภาพสูงที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมประชากรเป้าหมายในพื้นที่กว่า 69,000 คน หรือ 20,000 ครัวเรือน รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานและสถานศึกษา สะดวกทุกการเดินทาง ด้วยทางด้านเหนือเชื่อมต่อกับถนนรัชดาภิเษก และด้านใต้เชื่อมกับถนนพระราม 3 อีกทั้งยังมีโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ทั้งหมู่บ้านและคอนโดมิเนียมที่เริ่มขยายตัว เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ท็อปส์เลือกทำเลนี้เป็นที่ตั้งของโครงการ เพื่อรองรับกำลังซื้อจากการขยายตัวของเมือง

“การเปิด ท็อปส์ สาธุประดิษฐ์ ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ ท็อปส์ ที่ได้พัฒนารูปแบบร้านให้ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคไปอีกขั้น ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ที่เติมเต็มคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของผู้บริโภคและลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดพิเศษที่มาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ตามแนวคิด Every Day DISCOVERY เพื่อการค้นพบใหม่ที่ไม่ธรรมดาทุกครั้งที่ท็อปส์ ” คุณสเตฟาน กล่าวสรุป   

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

NIA และสมาคม Health Tech กางตัวเลขความสำเร็จ Thailand Innovation Hub ดันเศรษฐกิจหมุนเวียนแตะ 5 หมื่นล้าน

NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน 50,000 ล้าน ผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้ในโครงการ 21 ล้านบาท และเป้ายอด...

Responsive image

SCG เผยวินัยทางการเงินปี 68 เข้มจัด! ปิดงบด้วยกระแสเงินสด 5.5 หมื่นล้าน มั่นใจปี 69 โตต่อแน่แม้ความท้าทายเพียบ!

ปี 2568 SCG บริหารกระแสเงินสดได้ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 2567 เสียอีก ทั้งที่เผชิญทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน เงินบาทแข็งค่าขึ้น วิก...

Responsive image

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ทั่วโลกจะทุ่มงบ AI แตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ดันโครงสร้างพื้นฐานโตสวนกระแส

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ เผยเทรนด์ใหม่องค์กรเน้นวัดผล ROI เลิกเห่อตามกระแส พร้อมดันตลาด Server และโครงสร้างพื้นฐานโตสวนทางเศรษฐกิจ...