6 หนังสือฮีลใจคนทำงาน ที่จะช่วยเซ็นอนุมัติชีวิตของตัวเอง โดยไม่ต้องรอใครมา ‘รับไว้พิจารณา’

เคยไหมที่เดินออกจากโรงภาพยนตร์แล้วความรู้สึกหน่วงหนักยังคงตกค้างอยู่ในใจ ราวกับว่าตัวเราเองก็เป็นหนึ่งในผู้สมัครงานที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องสัมภาษณ์ของบริษัทขนาดยักษ์ที่ชื่อว่า 'โลก' ภาพยนตร์เรื่อง 'พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)' โดยผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่สะท้อนชีวิตของฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือ HR อย่าง 'เฟรน' ที่ต้องคัดเลือกคนเข้าสู่สายพานการผลิตขององค์กรเท่านั้น แต่หนังจงใจจำลองภาพของบริษัทสมมติที่ทับซ้อนกับโลกแห่งความจริง ที่ซึ่งมนุษย์ทุกคนต่างมีเรื่องราว ความฝัน ความกลัว ซ่อนอยู่ภายใต้ใบสมัครงาน แววตาที่เต็มไปด้วยคำถามเงียบงันว่า 'ฉันดีพอหรือยัง' นั้น ไม่ใช่แค่เสียงของผู้สมัครในหนัง แต่คือเสียงสะท้อนในใจของคนทำงานทุกคนที่กำลังเฝ้าถามตัวเองว่า ชีวิตที่เป็นอยู่นี้ โลกจะเมตตารับไว้พิจารณาบ้างหรือไม่

สำหรับคนทำงาน เราต่างเข้าใจกลไกของ Dashboard, KPI เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้กระแทกใจเราอย่างจังคือการเผยให้เห็น Dashboard อีกชุดหนึ่ง นั่นคือ Dashboard ของชีวิต เมื่อโลกการทำงานมี OKR เพื่อวัดผลความสำเร็จ ในโลกของความเป็นมนุษย์เรากลับขาดแคลนเครื่องมือที่จะช่วยตั้งคำถาม กำหนดขอบเขต และซ่อมแซมความสัมพันธ์กับตัวเอง ดังนั้น เพื่อเป็นการสำรวจจิตใจท่ามกลางแรงกดดันของวัฒนธรรมการทำงาน นี่คือหนังสือพัฒนาและฮีลใจ 6 เล่มที่สอดคล้องกับประเด็นในภาพยนตร์ เพื่อให้เราไม่ต้องรอการอนุมัติจากใคร แต่เริ่มเซ็นรับรองคุณค่าให้ตัวเองได้ทันที

The Courage to Be Disliked

ในภาพยนตร์ เราเห็นเฟรนทำหน้าที่ประเมินผู้เข้าสมัครท่านอื่นอย่างแข็งขัน แต่เมื่อกลับถึงบ้าน เธอกลับต้องประเมินตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในฐานะลูกจ้างและว่าที่แม่ว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานสังคมหรือไม่ หนังสือ 'The Courage to Be Disliked' นำเสนอแนวคิดจิตวิทยาแบบแอดเลอร์ที่ท้าทายความเชื่อเดิมอย่างรุนแรงว่า อดีตไม่ได้เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต และปัญหาทุกอย่างล้วนมีรากฐานมาจากความสัมพันธ์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับสายตาของผู้อื่น หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนการรีเซ็ตชุดความคิดของเรา โดยเน้นย้ำเรื่อง 'การแยกแยะธุระ' หรือ Separation of Tasks อย่างชัดเจน สิ่งที่คนอื่นคิดกับเรานั้นเป็นธุระของเขา ไม่ใช่ของเรา หน้าที่ของเราคือการใช้ชีวิตให้ซื่อสัตย์ต่อคุณค่าของตนเอง สำหรับคนในแวดวงธุรกิจที่คุ้นเคยกับคำว่า Disruption หนังสือเล่มนี้คือการทำลายสมการเดิมที่ว่า 'เป็นที่ยอมรับเท่ากับมีคุณค่า' และแทนที่ด้วยโจทย์ใหม่ว่า 'การกล้าที่จะเป็นตัวเองโดยไม่สนคำตัดสิน คือจุดเริ่มต้นของการมีชีวิตที่แท้จริง'

Atomic Habits

ชีวิตของเฟรนและคนทำงานในเมืองใหญ่จำนวนมากวนเวียนอยู่กับลูปเดิมๆ ตื่นเช้า ทำงานเอกสาร และกลับบ้านด้วยความว่างเปล่า หลายคนรอคอยจังหวะชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ 'Atomic Habits' ของ เจมส์ เคลียร์ เสนอทางออกที่ต่างออกไป หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ชวนให้คุณลาออกทันที แต่ชวนให้มองชีวิตเหมือนวิศวกรระบบที่ต้องหาว่าจุดไหนคือ Bug เล็กๆ ที่ทำให้ระบบล่ม เจมส์ เคลียร์ เสนอให้เลิกหมกมุ่นกับเป้าหมายใหญ่แต่หันมาโฟกัสที่ 'ระบบ และ ตัวตน' แทน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็กน้อยในแต่ละวัน เช่น การเปลี่ยนจากการไถหน้าจอมือถืออย่างไร้จุดหมายมาเป็นการอ่านหนังสือวันละไม่กี่หน้า หรือการฝึกปฏิเสธงานที่ล้นมืออย่างสุภาพ ล้วนเป็นการลงคะแนนเสียงให้กับตัวตนใหม่ที่คุณอยากเป็น 

Four Thousand Weeks

ตัวละครในหนังถูกบีบคั้นด้วยเงื่อนไขของเวลาที่จำกัด ต้องรีบพิสูจน์ตัวเอง รีบสร้างผลงาน รีบสัมภาษณ์คน จนกลายเป็นกับดักที่ โอลิเวอร์ เบิร์กแมน ผู้เขียน 'Four Thousand Weeks' เรียกว่าเป็นเรื่องลวงโลกของวงการ Productivity เขาชี้ให้เห็นความจริงอันโหดร้ายว่า หากเราโชคดี เราจะมีเวลาบนโลกนี้เพียงประมาณ 4,000 สัปดาห์เท่านั้น และเราไม่มีวันทำทุกอย่างให้เสร็จสมบูรณ์ได้ แนวคิด 'Strategic Underachievement' หรือการเลือกล้มเหลวอย่างมีกลยุทธ์ จึงเป็นทางออกที่ปลดปล่อยเราจากพันธนาการ เราต้องเลือกว่าจะปล่อยให้เรื่องใดพังทลาย เพื่อรักษาเวลาไว้ให้สิ่งสำคัญที่สุด หนังสือเล่มนี้จะช่วยดึงสติคนทำงานที่กำลังวิ่งไล่ตามทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตในแต่ละวัน ให้หยุดและตั้งคำถามว่า เราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้เพื่อรอการอนุมัติจากคนอื่น หรือจะใช้มันเพื่อชีวิตที่เราต้องการจริงๆ

What Happened to You?

ใหนังสือ 'What Happened to You?' โดย โอปราห์ วินฟรีย์ และ นพ.บรูซ เพอร์รีย์ เข้ามาตอบโจทย์ประเด็น Self-doubt ของคนทำงานและผู้สมัครงาน ที่มักจะถามตัวเองเสมอว่า เรามีอะไรผิดพลาด ทำไมถึงไม่ได้สิ่งนี้ แม้เราจะพยายามมากๆ กับมัน ด้วยการเสนอแนวคิดว่า แทนที่เราจะถามตัวเองด้วยคำว่า 'What’s wrong with me?' (ฉันมีอะไรผิดปกติ) ให้ถามว่า 'What happened to me?' (เกิดอะไรขึ้นกับฉัน) หนังสือเล่มนี้ผสมผสานวิทยาศาสตร์ทางสมองเพื่ออธิบายว่า พฤติกรรมและการตอบสนองทางอารมณ์ของเราไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่เป็นการปรับตัวต่อประสบการณ์ในอดีตและสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย สำหรับคนทำงานที่อยู่ในวัฒนธรรมองค์กรที่กดดัน การเข้าใจกลไกนี้จะช่วยสร้าง 'Self-Compassion' และคืนอำนาจในการควบคุมชีวิตกลับมาสู่มือเราอีกครั้ง ให้เราเลิกโทษตัวเองและเริ่มเยียวยาจากรากฐานที่แท้จริง

The Mountain Is You

ในหนัง เราเห็นทั้งระบบที่กดทับคนทำงาน และการตัดสินใจย่อยๆ ของตัวละครที่ทำให้ตัวเองเหนื่อยกว่าเดิม เช่น การยอมรับภาระเกินขีด การไม่กล้าบอกความต้องการตัวเอง หรือการปล่อยให้คนอื่นข้ามเส้นเรื่อยๆ เพราะไม่อยากมีปัญหา 'The Mountain Is You' ของ บริอันนา วีสต์ เข้ามาเจาะลึกถึงพฤติกรรม Self-Sabotage หรือการบ่อนทำลายตัวเอง ซึ่งแท้จริงแล้วคือระบบป้องกันตัวที่ทำงานผิดพลาด หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนคู่มือหาคอขวดในจิตใจ ช่วยให้เราสำรวจว่าความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ คืออะไร เรากลัวความล้มเหลว หรือแท้จริงแล้วกลัวความสำเร็จจนคนรอบข้างเปลี่ยนไป บริอันนา วีสต์ ชวนให้เราปีนข้ามภูเขาลูกนี้ ซึ่งก็คือตัวเราเอง เพื่อปลดล็อกศักยภาพและกล้าตัดสินใจในเรื่องใหญ่ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือความสัมพันธ์ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น หนังสือไม่ได้บอกให้คุณลาออกจากระบบของโลกใบนี้ แต่ชวนคุณปีนภูเขาของตัวเองให้สำเร็จ ก่อนจะตัดสินใจว่าคุณยังอยากอยู่ในระบบแบบเดิมหรือเปล่า

Set Boundaries, Find Peace

ในพนักงานใหม่ฯ เฟรนเหมือนตัวแทนของคนทำงานไทยจำนวนมาก ที่ถูกสอนให้ เกรงใจ, ทนเอาหน่อย, อย่ามีปัญหา จนวันหนึ่งรู้สึกว่า ตัวเองไม่มีพื้นที่เป็นของตัวเองเลย ไม่ใช่แค่เวลา หรือพลังงาน แต่รวมถึงสิทธิ์ในการรู้สึกของตัวเองด้วย และสิ่งนี้ก็ได้ส่งต่อไปถึงพนักงานใหม่ที่เข้ามาในบริษัทเช่นเดียวกัน  Set Boundaries, Find Peace โดย เนดรา โกลเวอร์ ทาววับ ทำหน้าที่เสมือนคู่มือสื่อสารให้กับชีวิตของเรา เธอแนะนำวิธีสื่อสารความต้องการอย่างตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพ เพื่อกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่เราทำได้และทำไม่ได้ การมีขอบเขตไม่ใช่การสร้างกำแพง แต่คือการกำหนดนโยบายเพื่อปกป้องสุขภาพใจและกายของเราเอง

ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีคำตอบให้คุณว่าจะอยู่หรือจะไปจากบริษัทไหน เหมือนที่หนังเองก็ไม่ให้คำตอบว่าเฟรนควรตัดสินใจยังไง แต่ทั้งหนังและหนังสือเหมือนจะกระซิบประโยคเดียวกันว่า ต่อให้บริษัทที่ชื่อว่า 'โลก' จะรับคุณไว้พิจารณาหรือไม่ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ คุณกล้ารับ' ตัวเอง' ไว้พิจารณาแล้วหรือยัง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จะเลื่อนตำแหน่งคนใน ดูจาก ‘Performance’ เป็นหลัก การเรียกมาสัมภาษณ์ 30 นาที แล้วตัดสินใจ มันดูเป็นเรื่องไร้สาระ

Chuck Robbins ซีอีโอของ Cisco บอกว่างานที่เขาไม่ชอบที่สุดในการบริหารองค์กร คือการสัมภาษณ์คนในเพื่อเลื่อนตำแหน่ง เพราะการเรียกมาคุยกันแค่สั้นๆ แทบไม่ช่วยให้เห็นอะไรใหม่ มันเหมือนดูแ...

Responsive image

CEO เผยพนักงานในฝัน ขอคนที่ ‘คิดริเริ่มเองเป็น’ เมื่อพนักงานที่โลกต้องการ ไม่ใช่แค่คนทำงานเก่งอีกต่อไป

Builder Attitude ทำไมพนักงานที่เป็นนักสร้างถึงเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในโลกธุรกิจยุคใหม่ เมื่อความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่หน้าที่ แต่คือการทิ้ง Legacy และ Solution ไว้ให้กับองค์กร...

Responsive image

วันที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NVIDIA กับเงินก้อนสุดท้าย และบทเรียนความซื่อสัตย์ที่พลิกชะตา NVIDIA

เรื่องราววันที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ NVIDIA เมื่อ Jensen Huang ต้องเลือกระหว่างการโกหกลูกค้าเพื่อความอยู่รอด หรือยอมรับความล้มเหลวอย่างซื่อสัตย์ การตัดสินใจที่เกือบพาบริษัทล้ม...