นักลงทุน Baidu รุ่นแรก เปิดแนวทางการลงทุนยุค AI พร้อมเหตุผลที่เลือกลงทุน Logistics และ Cross-border Fintech ในยุคนี้

Techsauce Global Summit 2026

ลองนึกภาพถ้าคุณเป็น VC ในไตรมาสแรกของปี 2026 ตื่นเช้ามาเปิด Pitch Deck รวด 12 บริษัท ทุกบริษัทพูดเรื่อง AI Agent, AI Workflow หรือ Generative AI กันหมด มูลค่าของสตาร์ทอัพที่ยังไม่มีรายได้ก็พุ่งทะลุร้อยล้านดอลลาร์เป็นเรื่องปกติ คู่แข่งของคุณยอมจ่ายแพงกว่ารอบก่อนหน้าสามเท่าเพื่อแย่งเข้าดีล แล้วคุณก็คิดว่าถ้าไม่รีบลงตอนนี้ ก็พลาดคลื่นใหญ่ที่สุดของทศวรรษ

ในมุมของ Ian Goh ผู้ก่อตั้ง 01VC ที่เคยเข้าซื้อหุ้น Baidu ตั้งแต่ก่อนคำว่าเสิร์ชเอนจินจีนจะเป็นที่รู้จัก คุณอาจกำลังทำสิ่งที่นักลงทุนรุ่นเก๋าไม่มีวันทำเด็ดขาด แล้วทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น?

Ian มีประสบการณ์ลงทุนกว่า 20 ปี ผ่าน Matrix Partners China และ Kleiner Perkins China ก่อนจะตั้งกองทุนของตัวเอง พอร์ตของเขาเต็มไปด้วยชื่อที่กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ ตั้งแต่ Baidu ในจีน, Lalamove บริษัทโลจิสติกส์ออนดีมานด์มูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์, XTransfer ยูนิคอร์น B2B Cross-border Payment ที่กำลังยื่นไฟลิ่ง IPO ที่ฮ่องกง, Hai Robotics ผู้ผลิตหุ่นยนต์สำหรับคลังสินค้า และ Xendit สตาร์ทอัพฟินเทคจากอินโดนีเซีย ไม่มีบริษัทใดในรายการนี้ที่ถูกขายเป็น AI Company ในตลาดวันนี้

และนั่นคือจุดที่ Ian มองต่างจาก VC กระแสหลัก คำถามคือเส้นเชื่อมระหว่างดีลเหล่านี้คืออะไร และทำไมนักลงทุนระดับนี้ถึงเลือกเดิมพันกับ Infrastructure ของเศรษฐกิจดิจิทัล แทนที่จะวิ่งตามคลื่น AI Application ที่กำลังดูดเงินทุน VC ทั่วโลกในเวลานี้

Techsauce Global Summit 2026

เส้นเชื่อมในพอร์ตของ 01VC คือ ท่อของเศรษฐกิจข้ามพรมแดน

เมื่อมองพอร์ตของ 01VC แบบรวม จะเห็นว่าทุกบริษัทเป็นชั้นโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Layer) ที่ทำให้สินค้า เงิน และแรงงานไหลข้ามพรมแดนได้ Lalamove จัดการการเคลื่อนที่ของสินค้าระยะใกล้ในเมือง XTransfer จัดการการเคลื่อนที่ของเงินสำหรับ SME ที่ค้าขายต่างประเทศ Hai Robotics จัดการการเคลื่อนที่ของสินค้าในคลังสินค้า ส่วน Xendit จัดการระบบชำระเงินใน Southeast Asia

หลักการเดียวกันนี้คือสิ่งที่เคยทำให้ Baidu ขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ในจีนเมื่อสองทศวรรษก่อน ในยุคที่ทุกคนสนใจ Content และ Application แต่บริษัทที่กินส่วนแบ่งมูลค่ามหาศาลคือผู้ที่เป็นเจ้าของ "ท่อ" ที่ทุกคนต้องผ่าน

ตัวเลขช่วงครึ่งแรกของปี 2025 สะท้อนภาพชัดเจน Lalamove ทำ Gross Transaction Value 5,970 ล้านดอลลาร์ เติบโต 17.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทแม่อย่าง Lara Technology ยื่นไฟลิ่ง IPO ที่ฮ่องกงเป็นครั้งที่ห้าตามรายงานของ Bamboo Works ส่วน XTransfer ก็ยื่น Listing Application ที่ Hong Kong Stock Exchange เพื่อระดมทุน 186 ล้านดอลลาร์ตามรายงานของ Fintech Hong Kong ขณะที่มูลค่าบริษัทล่าสุดอยู่ที่ 3,020 ล้านดอลลาร์ และมีลูกค้ากว่า 800,000 รายในมากกว่า 200 ตลาดทั่วโลก

Onshoring คือธีมการลงทุนใหม่ที่ Ian จับตา และเชื่อมโยงทุกดีลในพอร์ต

Ian อธิบายกับ South China Morning Post ว่าธีมที่เขาจับตาในรอบนี้คือ Onshoring บริษัทจีนที่ย้ายโรงงานไปตั้งในประเทศอย่างเวียดนามหรือเม็กซิโก พร้อมนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติของตัวเองไปด้วย แล้วผลิตและขายสินค้าในตลาดเหล่านั้น "นี่คือโอกาสที่ดีมากสำหรับนักลงทุนอย่างเรา" เขาบอก

เมื่อนำคำพูดนี้มาวางทับกับพอร์ตของ 01VC ภาพเริ่มชัดขึ้น Hai Robotics คือผู้ขายเทคโนโลยี Automation ให้กับคลังสินค้าที่ย้ายฐาน XTransfer คือระบบชำระเงินที่ SME เหล่านี้ต้องใช้เพื่อรับเงินจากต่างประเทศ ส่วน Lalamove คือ Last-mile Delivery ในตลาดเกิดใหม่ที่กำลังกลายเป็นปลายทางของห่วงโซ่อุปทานใหม่ ทั้งหมดประกอบกันเป็น Supply Chain Stack ของยุค Onshoring

Ian ยังชี้ว่าเศรษฐกิจจีนเติบโต 5.2% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่จีนคิดเป็น 30% ของภาคการผลิตทั่วโลก ทำให้บริษัทจีนอยู่ในจุดที่พร้อมขยายตัวออกนอกประเทศ และนั่นคือบทบาทที่ 01VC วางตัวเองเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตจีนกับตลาดปลายทาง

'Buyer's Market' ทำไม Ian มองว่านี่คือจังหวะของ VC ที่อดทน

ในการให้สัมภาษณ์เดียวกัน Ian ระบุว่าราคาบริษัทจีนที่ลดลง บวกกับนักลงทุนระดับโลกที่ระมัดระวังขึ้น สร้างสิ่งที่เขาเรียกว่า Buyer's Market สำหรับ Fund Manager ที่พร้อมลงเงิน "ไม่มีเงินทุนที่เข้าไปลงทุนเพื่อการเติบโตโดยไม่สนใจ Fundamentals อีกแล้ว และนี่คือโอกาสที่ดีสำหรับเราในการเข้าซื้อและลงทุน"

มุมมองนี้คือเหตุผลว่าทำไม 01VC ถึงเน้นการลงทุนใน Pre-Series A และ Series A เป็นหลัก โฟกัสที่สามเซกเตอร์ ได้แก่ Technology, Logistics และ Artificial Intelligence ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับธีม Infrastructure ของเศรษฐกิจดิจิทัล กรณีของ Hai Robotics เป็นตัวอย่างชัด 01VC ลงทุนมาตั้งแต่รอบ Series B ก่อนติดตามไปลงต่อในรอบ Series D และ Series D+ มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์ตามประกาศของ Hai Robotics

Ian ยังให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Mindset ของผู้ประกอบการจีนเมื่อเทียบกับ Southeast Asia "ผู้ประกอบการจีนกล้าและรับความเสี่ยงมากกว่า ถ้าเห็นโอกาสในตลาดไหน เขาก็ลุยทันที มีทัศนคติแบบทำก่อนค่อยขออนุญาตทีหลัง" ความเร็วในการ Execute แบบนี้คือสิ่งที่ Ian มองว่าเป็นข้อได้เปรียบของบริษัทจีนเวลาบุกตลาดต่างประเทศ และเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องนำมาคำนวณเวลาเปรียบเทียบ Founder ข้ามภูมิภาค

Southeast Asia ในสายตา 01VC คือ EU ที่ไม่มี Framework

Ian อธิบายกับ The Independent SG ว่า Southeast Asia เหมือน European Union แต่ไม่มี Framework ที่ชัดเจน แต่ละประเทศมีกฎเกณฑ์ ภาษา และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต่างกัน นี่คือสาเหตุที่บริษัทระดับภูมิภาคทำได้ยาก และเป็นเหตุผลที่ Super App ส่วนใหญ่ในภูมิภาคต้องลงทุนหนักในการ Localize แต่ละตลาด

แต่นี่ก็เป็นเหตุผลที่ 01VC เลือกลงทุนใน Infrastructure Layer มากกว่า Consumer Application ตลาดที่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้บริษัทที่เป็นชั้นเชื่อมต่อ เช่น Cross-border Payment หรือ Logistics ที่ทำงานข้ามตลาดได้ มีคุณค่าสูงเป็นพิเศษ Xendit คือตัวอย่างที่ชัดเจน บริษัทเริ่มจากการเป็น Payment Gateway ของอินโดนีเซีย ก่อนขยายไปฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย โดยอาศัยลักษณะ Fragmented ของภูมิภาคให้กลายเป็นจุดแข็ง เพราะธุรกิจที่ต้องชำระเงินข้ามประเทศใน Southeast Asia ไม่มีตัวเลือกอื่นที่ครอบคลุมเท่า

สำหรับ Founder ในไทยที่กำลังคิดเรื่องการขยายตลาด มุมมองของ 01VC ชี้ว่าโอกาสอาจไม่ได้อยู่ที่การสร้าง Super App ที่ครอบทุกตลาด แต่อยู่ที่การเป็นชั้นโครงสร้างที่ช่วยให้ธุรกิจอื่นทำงานได้ในตลาดที่กระจัดกระจาย ยิ่งภูมิภาคนี้ไม่มี Framework เดียว ความต้องการสะพานเชื่อมระหว่างประเทศก็ยิ่งสูงขึ้น

บทสรุปจาก Thesis ของ Ian Goh

จุดร่วมที่ทำให้พอร์ตของ 01VC ดูสอดคล้องกันจึงไม่ใช่เซกเตอร์เดียวกัน แต่เป็นมุมมองว่าในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานของทุกอุตสาหกรรม บริษัทที่ได้ประโยชน์มากที่สุดมักไม่ใช่ผู้สร้างโมเดล AI แต่เป็นผู้ที่เป็นเจ้าของท่อให้ AI ทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการขนของ การโอนเงินข้ามประเทศ หรือการจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติ

ในจังหวะที่ราคาบริษัทจีนลดต่ำ และคลื่น Onshoring กำลังย้ายห่วงโซ่อุปทานเข้าสู่ Southeast Asia บทสรุปของ Ian คือนี่คือช่วงเวลาที่นักลงทุนที่อดทนและเข้าใจ Infrastructure Layer จะได้เปรียบมากกว่าช่วงเวลาใดในรอบสิบปีที่ผ่านมา

Ian Goh เป็นหนึ่งในผู้ร่วมเวที Techsauce Global Summit 2026 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในวันที่ 26 ถึง 28 สิงหาคม 2026 

สามารถซื้อบัตรได้ที่: https://bit.ly/4dbGRWx 

ที่มา: South China Morning Post, The Independent SG, Fintech Hong Kong, Bamboo Works, Hai Robotics, TechNode, HSG Capital, 01VC

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ผู้บริหารยุคใหม่อาจต้องวัด HRV แทน KPI เจาะลึกสูตร 'Core Four' คัมภีร์กู้ร่างทองของเหล่า C-Levels

ลองนึกภาพถ้าคุณเป็น CEO ของบริษัทระดับร้อยล้าน ตื่นเช้ามาประชุมรวด 8 นัด คุยตัวเลขทั้งวัน กลับบ้านมาตอบอีเมลต่อจนเที่ยงคืน หลับวันละ 5 ชั่วโมง แล้วคิดว่าวันรุ่งขึ้นตัวเองจะคิดเรื่อ...

Responsive image

ทำไม Jensen Huang ถึงบอกว่า "ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด" ในการเริ่มต้นธุรกิจยุค AI

Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ส่งสัญญาณแรงบนเวที CMU 2026 ชี้ AI คือโอกาสทองของการเริ่มต้นชีวิตการทำงาน พร้อมตอกกลับวาทกรรมความกลัว และเหตุผลที่คนใช้ AI เก่งจะกลายเป็นผู้คุมเกมในอนาคต...

Responsive image

Amelia Miller นักวิจัยจาก Harvard เปิดอาชีพ 'โค้ชคนติด AI' เผยผู้ชายสายเทคฯ แห่ใช้บริการสูงสุด

ปรากฏการณ์นี้กำลังทำให้เกิดอาชีพรูปแบบใหม่ที่แทบไม่มีใครคาดคิดเมื่อสิบปีก่อน นั่นคือ ‘โค้ชให้คำปรึกษาคนติด AI’ ผู้ที่ทำหน้าที่ช่วยให้คนใช้งานอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ความสัมพันธ์เอไ...